คำอนุโมทนาของกุมารเทพ เง็กฮือทงจื้อ

134 Views

          กุมารเทพเง็กฮือทงจื้อ  ลงประทับทรงกล่าวว่า:  

          ฟ้าประทานพจน์วิเศษดุจเข็มทิศ
อำมหิตเป็นนิจใช่อำพราง
หากกลับใจนรกนั้นจะปิดทาง
สำนึกตัวกลับใจประเสริฐจริง

          ชาวโลกมักจะมีความเห็นดีเห็นชอบ ในด้านเสพสุขทางวัตถุ ดูหมิ่นในด้านอบรมศึกษาทางจิตใจ ศีลธรรมเมื่อถูกทอดทิ้งละเลยแล้ว การก่อการลักขโมย ล้างผลาญฆ่าแกงข่มขืนกระทำชำเรา ก็จะทวีความรุนแรงขึ้นโดยไม่หยุดยั้ง

          เมื่อจะยับยั้งแก้ไขเหตุร้ายอันไม่มีวันจะยุติลงได้  จึงควรเริ่มกระทำการอบรมทางศีลธรรม โดยให้บรรยายถึงความเป็นจริงแห่งการสนองตอบจากเหตุและผล ดวงวิญญาณนั้นไม่ได้สูญสลายและไม่ใช่เรื่องเท็จ โชคลาภวาสนาหรือภัยพิบัติมิได้เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุผล แต่อยู่ที่การกระทำดีหรือความชั่วของมนุษย์เอง ถ้าหากตัวเราก่อกรรมทำเข็ญในตอนมีชีวิตอยู่ เมื่อตายลงแล้ว ดวงวิญญาณก็จะต้องรับโทษที่ตนได้ก่อขึ้นไปเอง ต้องตกเข้าไปในทางชั่วร้ายรับการฝึกอบรมจากการเวียนว่ายตายเกิด นี่แหละคือต้นกำเนิดแห่งการเกิดขุมนรกขึ้น

          วิญญาณของข้าพเจ้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง จึงสามารถท่องไปในแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างสบายอารมณ์ได้ เนื่องจากขณะนี้สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแห่งเมืองไถ่ตง ได้รับเทวโองการให้แต่งหนังสือ   “เที่ยวเมืองนรก” ข้าพเจ้าได้รับเกียรติในหน้าที่ให้ใช้ “ทิพย์เนตรถ่ายทอดความจริง” จึงกราบรับโดยดุษฎี  ในขณะเงียบสงัดของราตรีกาลแห่งการรับประทับทรง ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงมานำพาวิญญาณของคุณหยางเซิง ไปท่องชมนรกทุกขุม ในขณะที่ทำการสนทนากับวิญญาณโทษ ข้าพเจ้าจะใช้ทิพย์เนตรเก็บเอาเสียงและภาพของเขา ถ่ายทอดออกทันที  โดยอาศัยร่างของเขานั่นแหละ ที่ได้ถือพู่กันไว้ในมือ เขียนออกเป็นตัวอักษรตรงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทันด่วน ซึ่งมีข้อความสนทนาโต้ตอบจากแดนนรก แล้วคัดลอกแต่งเป็นหนังสือขึ้น เพื่อเป็นการปลอบเตือนกล่อมเกลาชาวโลก

          ความอ่อนไหวพิสดารในการนี้ มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสรุมล้อมสังเกตการณ์อยู่รอบด้าน ล้วนได้เปล่งคำอุทานว่าหาที่ดูมิได้อีกแล้ว ต่างเชื่อมั่นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพเจ้านั้นมีจริงพึงเชื่อถือได้ แต่ผู้ที่ยังมิได้ชมด้วยสายตาของท่านเองก็อาจจะเชื่อได้ แต่ไม่สู่จะสนิทนัก เนื่องจากเหตุนี้เองข้าพเจ้าจึงหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นชาวโลกทั้งหลายว่า สวรรค์นั้นได้สร้างอยู่บน “ดวงจิต” ของตัวท่านเอง เมื่อท่านหลอกลวงจิตใจอันดีงามของตัวท่านเองแล้ว ท่านยังมีความ “สุขใจ” ที่จะพักอาศัยในสวรรค์ได้อีกหรือ? ผู้ที่ทำความชั่วไว้แล้ว เมื่อตอนสำนึกตัวได้ ทุกครั้งจึงเกิดความตำหนิติเตียนตัวเองอย่างขมขื่นทรมานจิตใจ ขณะนั้นแหละภาพแห่งนรกได้บังเกิดขึ้นในใจท่านแล้ว แต่ว่านรกคือที่คุมขังของผู้กระทำความผิด เป็นที่ซึ่งมวลมนุษย์ไม่พึงปรารถนา หรือบางคนจะเห็นเป็นบ้านเดิมของท่านเอง? มนุษย์เราถือกำเนิดมาจากสวรรค์ บนสวรรค์จึงเป็นแหล่งพำนักพักพิงเดิมของท่าน  ดังนั้นจึงหวังเป็นอย่างยิ่ง  จงอย่าเร่ร่อนอยู่ในห้วงแห่งการเกิดตาย และต้องตกลงไปในทางเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

          อาศัยในโอกาสที่หนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” จะคลอดออกสู่ตลาดในขณะนี้ ข้าพเจ้าจึงได้ให้พู่กันอันศักดิ์สิทธิ์นี้ขยายความตามที่ทิพย์เนตรได้เห็นมาเป็นเวลาร่วม 2 ปี ในแดนนรก  ที่มีสภาพเต็มไปด้วยความอเนจอนาถทรมาน  หวังว่าผู้อ่าน เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบลงแล้วการกระทำและความประพฤติของท่านทั้งหลายจะขาวสะอาดหมดจดปราศ จากด่างพล้อย จะไม่ให้มีเมล็ดพันธุ์แห่งนรกหลงเหลืออยู่อีก  จึงจะไม่เป็นการเสียแรง ที่ข้าพเจ้าได้อุตสาห์ติดตามถ่ายทอดมาตลอด

          กุมารเทพเง็กฮือทงจื้อ  แห่งพรหมปราสาท
          วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.252